หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อัยการเป็นใคร มีหน้าที่อะไร?  (อ่าน 30085 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 18 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
iq108
สมาชิกเว็บ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,256


แม้แค่ 1 แรงเทียน ก็จะเพียรส่องแสง...


« เมื่อ: สิงหาคม 10, 2010, 05:32:23 PM »



คำว่า "อัยการ" ไว้ 2 นัย คือ "ชื่อกรมหนึ่งซึ่งมีหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน"
และ "เจ้าหน้าที่ในกรมนั้นผู้ทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน"
คุณคงหมายถึงเจ้าหน้าที่ในกรมนั้นผู้ทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน ซึ่งมีหน้าที่
1.งานอำนวยความยุติธรรมทางอาญา เมื่อมีเหตุและละเมิดกระบิลเมือง เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการสืบสวน จับกุมสอบสวน แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนต่ออัยการ อัยการเป็นจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานจากการสอบสวนพียงพอที่จะพิสูจน์ให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยหรือไม่ว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา หากเห็นว่าเพียงพออัยการก็จะสั่งฟ้องหากเห็นว่าไม่เพียงพอก็จะสั่งไม่ฟ้อง นอกเหนือจากหน้าที่ในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาแล้ว
อัยการยังมีหน้าที่ในการมีส่วนร่วมสอบสวนคดีที่ผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายหรือพยานเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งอัยการจะเข้าไปมีส่วนในการอำนวยความยุติธรรมตั้งแต่ในชั้นสอบสวน โดยจะเข้าสอบปากคำผู้ต้องหา สอบปากคำพยาน ผู้เสียหายและการให้พยานเด็กทำการชี้ตัวผู้ต้องหาด้วย ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองให้เยาวชนผู้นั้นได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมแก่วัย
2.งานด้านคดีอาญาระหว่างประเทศ
(ก) คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน
(ข) การร่วมมือกับต่างประเทศในการสอบสวนและอื่น ๆ
3.งานด้านรักษาผลประโยชน์ของรัฐ อัยการจึงทำหน้าที่ทนายแผ่นดินด้วยการรับปรึกษาหารือปัญหา
กฏหมายเหล่านั้น เพื่อให้การบริหารราชการของหน่วยงานต่าง ๆ ลุล่วงไปด้วยดี
4.งานด้านคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฏหมายแก่ประชาชน
5.งานตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง
6.งานพิเศษ
นอกเหนือจากหน้าที่ราชการดังกล่าวแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดังตระหนักในภารกิจที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ทาง กฎหมายแก่ประชาชนในชนบททั่วประเทศและในวาระมงคลพิเศษสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนพรรษา 6 รอบ สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้เฉลิมพระเกียรติยศ โดยจัดตั้งห้องสมุดกฎหมายสำหรับประชาชนเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้นในสำนักงาน อัยการทั่วประเทศ เช่นที่อำเภอเบตง อำเภอแม่สอด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็นสถานที่ค้นคว้าหาความรู้ในวิชากฎหมายของนักเรียน นิสิตนักศึกษา ประชาชน รวมทั้งข้าราชการในท้องถิ่นชนบท
ที่มา:
http://www.phr.ago.go.th/name_ph3.html
บันทึกการเข้า

อันบุญทาน ทำไว้ ไม่ไร้ค่า มิต้องหา ที่ซ่อนฝัง ดั่งทรัพย์สิน
    ยิ่งใหญ่คับ ดับก็แค่ ธุลีดิน ล้วนสูญสิ้น เหลือดีชั่ว ติดตัวตาม
พาน มหานคร
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ตรุ่นพี่
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,491


http://www.facebook.com/photo.php?pid=238772&l=b4d


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2010, 06:00:56 PM »

อัยการในประเทศไทย
อัยการในประเทศไทย เป็นตำแหน่งที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเดิมเรียกว่า "ยกกระบัตร" หรือ "ยกระบัตร" มีหน้าที่สอดส่องดูแลความผิดและชอบของเจ้าเมืองและกรมการเมือง และสอดส่องอรรถคดีความทั่วไปในหัวเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมอัยการขึ้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศรวมพนักงานอัยการ ลงวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2458 และทรงพระราชดำริให้เปลี่ยนชื่อเรียกคำว่า "ยกระบัตร" เป็นคำว่า "อัยการ" ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 ตั้งแต่ พ.ศ. 2465 ทรงมีพระบรมราชโองการให้กรมอัยการ ย้ายสังกัดจากกระทรวงยุติธรรม ไปสังกัดกระทรวงมหาดไทยจนกระทั่ง พ.ศ. 2534คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติรสช.) ได้มีประกาศ รสช. ฉบับที่ 47 และฉบับที่ 49 แยกกรมอัยการออกจากกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นหน่วยงานราชการอิสระ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนชื่อจาก “กรมอัยการ” เป็น “สำนักงานอัยการสูงสุด” และเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง “อธิบดีกรมอัยการ” เป็น “อัยการสูงสุด” ต่อมาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 255 ได้บัญญัติให้ องค์กรอัยการ เป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ กำหนดให้พนักงานอัยการ มีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการและกฎหมายอื่น โดยให้มีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม การแต่งตั้งและการให้ อัยการสูงสุดพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมการอัยการ และได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ผลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ดังกล่าว เป็นการยกฐานะสำนักงานอัยการสูงสุดให้เป็นองค์การอื่นตามรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ในบังคับบัญชาและกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา ทั้งเป็นการยกฐานะตำแหน่ง อัยการสูงสุด ให้เทียบเท่ากับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา เป็นครั้งแรก
บันทึกการเข้า

parin
สมาชิกเว็บ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,294



« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2010, 01:24:23 PM »

 ขอบคุณค่ะ เป็นสิ่งที่ประชาชนควรรู้ไว้ เป็นประโยชน์มากค่ะ
บันทึกการเข้า
oasiscafe
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2010, 03:56:53 PM »

ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเข้า
messi
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 97


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2010, 10:07:38 PM »

อัยการ คือ ตัวชั่วเดรัจฉานที่ชอบจะเหยียบเราให้จมดิน มันไม่มาหวังดีช่วยเราหรอกครับ เงินเท่านั้น  Angry
บันทึกการเข้า
kamdee
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 898



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2010, 10:30:43 PM »

อัยการ คือ ตัวชั่วเดรัจฉานที่ชอบจะเหยียบเราให้จมดิน มันไม่มาหวังดีช่วยเราหรอกครับ เงินเท่านั้น  Angry

แง่ว จะไปพูดยังงันก็ไม่ถูกนะคับ

อัยการเค้ามีหน้าที่ของเค้า คับ ถ้าท่านเป็นโจทย์ยืนฟ้องอัยการเค้าก็จะมีหน้าที่ยืนฟ้องแทนท่านนะคับ

อย่ามองแคบไปคับ คุณโดนเหยียบเพราะคุณเป็นจำเลยโดน เค้าฟ้องมา อัยการเค้าก็มีหน้าฟ้องคุณ จบข่าว
บันทึกการเข้า
moonrays
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ตรุ่นพี่
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 684



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 01:09:01 AM »

ได้ความรู้เพิ่มครับ  ความคิดต้องมองทั้ง+และ- อย่ามองด้านเดียวครับ Huh?
บันทึกการเข้า
พาน มหานคร
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ตรุ่นพี่
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,491


http://www.facebook.com/photo.php?pid=238772&l=b4d


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 09:42:27 AM »

อัยการ คือ ตัวชั่วเดรัจฉานที่ชอบจะเหยียบเราให้จมดิน มันไม่มาหวังดีช่วยเราหรอกครับ เงินเท่านั้น  Angry

แง่ว จะไปพูดยังงันก็ไม่ถูกนะคับ

อัยการเค้ามีหน้าที่ของเค้า คับ ถ้าท่านเป็นโจทย์ยืนฟ้องอัยการเค้าก็จะมีหน้าที่ยืนฟ้องแทนท่านนะคับ

อย่ามองแคบไปคับ คุณโดนเหยียบเพราะคุณเป็นจำเลยโดน เค้าฟ้องมา อัยการเค้าก็มีหน้าฟ้องคุณ จบข่าว


ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดอัยการจะเป็นโจทย์ฟ้องแทนหน่วยงานราชการเท่านั้นเช่นคดีที่ฟ้องโดยสำนักงานตำรวจและสถานีตำรวจ ส่วนประชาชนถ้าต้องการจะฟ้องคดีต้องแต่งตั้งทนายเพื่อเป็นตัวแทนในการฟ้องร้องครับ
บันทึกการเข้า

messi
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 97


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:48:36 PM »

อัยการ คือ ตัวชั่วเดรัจฉานที่ชอบจะเหยียบเราให้จมดิน มันไม่มาหวังดีช่วยเราหรอกครับ เงินเท่านั้น  Angry

แง่ว จะไปพูดยังงันก็ไม่ถูกนะคับ

อัยการเค้ามีหน้าที่ของเค้า คับ ถ้าท่านเป็นโจทย์ยืนฟ้องอัยการเค้าก็จะมีหน้าที่ยืนฟ้องแทนท่านนะคับ

อย่ามองแคบไปคับ คุณโดนเหยียบเพราะคุณเป็นจำเลยโดน เค้าฟ้องมา อัยการเค้าก็มีหน้าฟ้องคุณ จบข่าว

แล้วอัยการเรียกเงิน เหมือนหมาเรียกเงิน อย่างนี้ทำตามหน้าที่หรือเปล่าครับ  Sad
บันทึกการเข้า
kamdee
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 898



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2010, 04:39:27 AM »

อัยการ คือ ตัวชั่วเดรัจฉานที่ชอบจะเหยียบเราให้จมดิน มันไม่มาหวังดีช่วยเราหรอกครับ เงินเท่านั้น  Angry

แง่ว จะไปพูดยังงันก็ไม่ถูกนะคับ

อัยการเค้ามีหน้าที่ของเค้า คับ ถ้าท่านเป็นโจทย์ยืนฟ้องอัยการเค้าก็จะมีหน้าที่ยืนฟ้องแทนท่านนะคับ

อย่ามองแคบไปคับ คุณโดนเหยียบเพราะคุณเป็นจำเลยโดน เค้าฟ้องมา อัยการเค้าก็มีหน้าฟ้องคุณ จบข่าว


ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดอัยการจะเป็นโจทย์ฟ้องแทนหน่วยงานราชการเท่านั้นเช่นคดีที่ฟ้องโดยสำนักงานตำรวจและสถานีตำรวจ ส่วนประชาชนถ้าต้องการจะฟ้องคดีต้องแต่งตั้งทนายเพื่อเป็นตัวแทนในการฟ้องร้องครับ

เท่าที่ทราบอัยการไม่ได้มีหน้าที่ฟ้องแทนหน่วยงานราชการนะคับ อัยการเป็นผู้สรุปสำนวน จากตำรวจเจ้าของคดีแล้วพิจารณา การส่งฟ้องต่อศาล
เคยเห็น ในนี้เขียน อยุ่ ว่าให้ฟ้องกลับหมา และฟ้องร่วมกับอัยการไปเลย นั้นย่อมมะน่าจะใช่แต่ฟ้องแทนหน่วยงานราชการ คับ ผมก็ งูๆปลาๆ

อำนาจหน้าที่ของอัยการ นอกจากฟ้องผู้ต้องหาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว อัยการยังมีหน้าที่คุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินในฐานะทนายแผ่นดิน และยังคุ้มครองเอื้ออำนวยผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนและสังคมตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายอื่น ๆ อีกมากมายหลายประการ
อำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีอาญา เป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการอันถือได้ว่ามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างหนึ่ง เพื่อก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมและถือเป็นงานหลักของอัยการที่ได้มีการปฏิบัติกันมากที่สุดเป็นประจำวัน ซึ่งได้แก่การตรวจวินิจฉัยสำนวนการสอบสวน และการดำเนินคดีในศาล ซึ่งอำนาจหน้าที่ของอัยการจะเริ่มต้นตั้งแต่ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน โดยสำนวนดังกล่าวอัยการไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องมาก่อนเลย เป็นสำนวนที่พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินการจัดทำขึ้นทั้งสำนวน กล่าวคือ เมื่อมีการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น หน้าที่เริ่มแรกเป็นของพนักงานสอบสวน ที่จะต้องสอบสวนสืบสวนถึงข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ ในคดีนั้น รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้รู้ตัวว่าใครเป็นผู้กระทำผิด และติดตามจับกุมผู้กระทำผิด เมื่อสอบสวนเสร็จแล้วพนักงานสอบสวนก็จะสรุปสำนวน ทำความเห็น ถ้าเป็นกรณีไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนก็จะเห็นควรให้งดการสอบสวน ถ้ารู้ตัวผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนจะเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา แล้วส่งสำนวนการสอบสวนไปให้อัยการ
เมื่ออัยการได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนแล้ว อัยการมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัยสำนวนการสอบสวน แล้วทำความเห็นสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ถ้าเป็นสำนวนการสอบสวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด อัยการมีอำนาจสั่งให้พนักงานสอบสวนงดการสอบสวน หรือให้สอบสวนต่อไปก็ได้
ถ้าเป็นสำนวนการสอบสวนที่รู้ตัวว่าใครเป็นผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะจับผู้ต้องหาได้หรือไม่ และพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ตาม อัยการมีอำนาจที่จะสั่งสำนวนได้ดังนี้
ก. ถ้าอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงในสำนวนยังไม่ชัดแจ้ง อัยการมีอำนาจสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม หรือให้ส่งพยานมาพบอัยการเพื่อซักถามก็ได้
ข. ถ้าอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานในสำนวนไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะรับฟังว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำผิด หรือการกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิดต่อกฎหมาย หรือคดีขาดอายุความเป็นต้น อัยการก็มีอำนาจสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา
ค. ถ้าอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานในสำนวนรับฟังได้ว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำผิด อัยการก็มีอำนาจสั่งฟ้องผู้ต้องหา โดยอัยการจะทำคำฟ้องแล้วยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล (หลังจากฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลแล้ว ผู้ต้องหาจะถูกเรียกเป็นจำเลย) ถ้าจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด หรือจำเลยรับสารภาพ แต่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปอัยการต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยต่อศาล ถ้าในระหว่างสืบพยานก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดี ถ้าปรากฏพยานหลักฐานใหม่แน่ชัดว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด อัยการมีอำนาจที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอถอนฟ้องคดีนั้นได้ เมื่อศาลได้พิพากษาคดีอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว อัยการมีอำนาจที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไป (เว้นแต่กรณีกฎหมายห้ามมิให้อุทธรณ์หรือฎีกา) หรือไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกาก็ได้ หรืออุทธรณ์ ฎีกา แล้วร้องขอถอนอุทธรณ์หรือถอนฎีกาก็ได้
ง. ถ้าอัยการพิจารณาสำนวนแล้วเห็นว่า คดีนั้นเป็นความผิดซึ่งอาจเปรียบเทียบได้ เช่น ความผิดลหุโทษ อัยการมีอำนาจสั่งให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบคดีนั้น หรือจะสั่งให้พนักงานสอบสวนอื่นที่มีอำนาจจัดการเปรียบเทียบให้ก็ได้
นอกจากจะมีอำนาจในการวินิจฉัยสั่งสำนวน และดำเนินคดีในศาลดังกล่าวแล้ว อัยการยังมีอำนาจหน้าที่อย่างอื่นอีก เช่น เมื่อมีการอ้างว่าบุคคลใดถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมาย หรือถูกจำคุกผิดจากคำพิพากษาของศาล อัยการมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปล่อยผู้นั้นได้ หรือกรณีบุคคลตายโดยผิดธรรมชาติหรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน อัยการมีหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ไต่สวนได้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  






ติดต่อโฆษณา สำหรับบริษัท หรือท่านใดที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกับเว็บไซต์ ICT.in.th ติดต่อได้ที่ ictnetcafe@gmail.com

ข้อความ หรือรูปภาพที่ปรากฏในเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทาง ICT.in.th มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล หากท่านพบเห็นข้อมูลที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป